Saturday, September 20, 2025

 Mr.Pattaradanai Dungsungnoen ID : 256511002

รูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

The Administration Model of Guidance in Education Institutes under the Office of Vocational Education Commission

ชื่อผู้วิจัย/ผู้แต่ง : เจตนา พงษ์พยุหะ

ปีที่ตีพิมพ์ :  2567

วัตถุประสงค์ของงานวิจัย (Objectives/Purpose)

1. เพื่อศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

2. เพื่อสร้างและตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

3. เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

กรอบแนวคิดในงานวิจัย

กลุ่มตัวอย่าง/ประชากร : 

ประชากร ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา และหัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางานในสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเขตภาคกลางสำนักงานคณะกรรมการการการอาชีวศึกษาปีการศึกษา 2563 จำนวนทั้งสิ้น 74 สถานศึกษา(สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, น. 24) จำนวน 222 คน

กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษาและหัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางานในสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเขตภาคกลางสำนักงานคณะกรรมการการการอาชีวศึกษาปีการศึกษา 2563 จำนวน 144 คน โดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) (บุญชม ศรีสะอาด, 2554, น. 43) ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นตาม

สัดส่วนของกลุ่มตัวอย่าง (Stratified Random Sampling) ประกอบด้วย

1. ผู้อำนวยการ จำนวน 48 คน

2. รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา จำนวน 48 คน

3. หัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน จำนวน 48 คน


ขั้นตอนการวิจัยเครื่องมือ และวิธีการเก็บข้อมูล


การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดําเนินการวิจัย โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน มีรายละเอียดดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นย่อย ดังนี้คือ

1.1การศึกษาเอกสาร (Document Study) แนวคิด ทฤษฎี หลักการ สาระสําคัญ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้ององค์ประกอบการแนะแนวในสถานศึกษาเพื่อกําหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย โดยลักษณะของเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เป็นตารางการวิเคราะห์เนื้อหาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสังเคราะห์เนื้อหา

1.2การศึกษาแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านงานแนะแนว จํานวน 5 คนได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 2 คน อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีประสบการณ์สอนในด้านจิตวิทยาการแนะแนว มานุษยวิทยา หรือสังคมวิทยา จํานวน 2 คน ครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ทําหน้าที่หัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน จํานวน 1 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา 

1.3การศึกษาแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจากสถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จํานวน 3 แห่ง ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Sampling) ซึ่งเป็นผู้บริหารและครูแนะแนวของสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี จากสถานศึกษา 3 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา


ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้นย่อย ดังนี้

2.1 การยกร่างรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาผู้วิจัยนําข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 มาจัดทําร่างรูปแบบบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจสอบโดยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์แล้วปรับปรุง ตามข้อเสนอแนะ

2.2การตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion)มีผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ 1) ผู้บริหารการศึกษาในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาและการบริหารงานแนะแนวอาชีพและการจัดหางานจํานวน 3 คน2) อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาสอนหรือเคยสอนเกี่ยวกับวิชาจิตวิทยา การแนะแนว หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จํานวน 3 คน3) ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จํานวน3 คน รวมทั้งสิ้น9 คนได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ โครงร่างวิทยานิพนธ์ ร่างรูปแบบ ประเด็นสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบฯการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา

ขั้นตอนที่ 3 การประเมินรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยใช้แบบประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานแนะแนว

Journal of MCU Peace Studies Vol. 12No. 2(March-April2024) 525ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา และหัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน ในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษาในเขตภาคกลาง สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จากสถานศึกษาที่มีทั้งหมด 74 แห่ง จํานวนประชากร 222 คน จากการเปิดตารางขนาดตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด144คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น(Stratified Random) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคํานวณหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคํานวณหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยที่สำคัญ

วัตถุประสงค์ที่ 1 องค์ประกอบและแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ส่วนที่ 1.1 ผลการศึกษาองค์ประกอบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา โดยการสังเคราะห์เอกสารสรุปองค์ประกอบมีดังต่อไปนี้ 

1. หลักการและวัตถุประสงค์ในการบริหารสถานศึกษา 

2. บริการงานแนะแนว

3. คณะบุคคลในการบริหารงานในสถานศึกษา 

4.กระบวนการในการบริหารงานสถานศึกษา

ส่วนที่ 1.2 ผลศึกษาแนวทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่าองค์ประกอบของการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาประกอบด้วย หลักการ และวัตถุประสงค์ของการแนะแนว ขอบเขตของงานแนะแนว คณะทำงานงานแนะแนว ขั้นตอนในการบริหารจัดการงานแนะแนว และผลที่เกิดกับผู้เรียน

ส่วนที่ 1.3 ผลการศึกษาแนวทางการทางการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จากสถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) จำนวน 3 แห่ง พบว่าองค์ประกอบการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย หลักการและวัตถุประสงค์ของการแนะแนว ขอบข่ายบริการงานแนะแนว คณะบุคคลในการดำเนินงานงานแนะแนวกระบวนการดำเนินงานงานแนะแนว และผลของงานแนะแนว

วัตถุประสงค์ที่ 2 รูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้วิจัยได้นำร่างรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เพื่อพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้วิพากษ์ และให้ข้อเสนอแนะหลังจากนั้นผู้วิจัยได้ปรับปรุงแก้ไขตามฉันทามติของผู้ทรงคุณวุฒิ แสดงตามดังภาพที่ 1


รูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

องค์ประกอบที่ 1 หลักการและวัตถุประสงค์การแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

1.1 หลักการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหลักการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 3 หลักการดังนี้ 1) การพัฒนาผู้เรียนตามหลักจิตวิทยา 2) การพัฒนาผู้เรียนให้มีเจตคติที่ดีต่อการศึกษาและทำงานในสายวิชาชีพ  3) การเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้จากการเรียนสายอาชีพมาใช้ประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อได้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

1.2 วัตถุประสงค์การแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาวัตถุประสงค์การแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้ ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มตามศักยภาพ 2) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน สำรวจ เข้าใจ และตัดสินใจในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับตนเองและผู้อื่น 3) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทัศนคติที่ดี เห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเองและผู้อื่น 4) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการเรียนรู้ สามารถใช้ความรู้จากการเรียนไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อได้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพ

องค์ประกอบที่ 2 ขอบข่ายการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 7 บริการ ดังนี้1) บริการสำรวจข้อมูลรายบุคคล 2) บริการสนเทศ 3) บริการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา 4) บริการจัดวางตัวบุคคล 5) บริการประเมินและติดตามผล 6) บริการแนะแนวอาชีพและจัดหางาน และ 7) บริการทุนการศึกษาและกองทุนกู้ยืมทางการศึกษา

องค์ประกอบที่ 3 องค์คณะบุคคลในการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคณะบุคคลในการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 5 ตำแหน่ง ไม่เกิน 13 คนดังนี้ 1) ผู้อำนวยการ เป็นประธาน 2) รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เป็นรองประธาน 3) หัวหน้างานครูที่ปรึกษาและตัวแทนครูที่ปรึกษาในแต่ละสาขาวิชาโดยกำหนดให้มีตัวแทนครูที่ปรึกษาระดับชั้นอย่างน้อยระดับชั้นละ 1 คน และตัวแทนสาขาวิชาอย่างน้อยแผนกละ 1 คนแต่ไม่เกิน 5 คน เป็นกรรมการ 4) หัวหน้างานแนะแนวอาชีพและการจัดหางานเป็นกรรมการและเลขานุการ และ 5)ผู้แทนผู้ปกครองและชุมชน ผู้แทนสถานประกอบการและองค์กรวิชาชีพ ผู้แทนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ ผู้แทนจากศึกษาธิการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา หน่วยงานละ 1 คน เป็นที่ปรึกษา

องค์ประกอบที่ 4 กระบวนการดำเนินงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระบวนการดำเนินงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนงานแนะแนว (Planning: P) ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงานแนะแนว (Doing: D) ขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลงานแนะแนว (Evaluation: E) ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงการปฏิบัติงานแนะแนว (Acting:A) ขั้นตอนที่ 5 การประชาสัมพันธ์งานแนะแนว (Information: I) และขั้นตอนที่ 6 การสร้างความร่วมมือในการพัฒนางานแนะแนว (Coordinating: C)

องค์ประกอบที่ 5 ผลผลิตการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาผลผลิตการแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาให้มี คุณลักษณะ 4 ประการ ดังนี้ 1 ) มีทักษะหลากหลายที่จำเป็นในการทำงานในศตวรรษที่ 21 2) มีความสามารถในการพัฒนาและปรับตัวให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในยุคปัจจุบัน 3) มีเป้าหมายในชีวิต รู้จักวางแผนในการดำเนินชีวิต มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ 4) รู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น สามารถสำรวจ เข้าใจและตัดสินใจเพื่อวางแผน ป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับตนเองและผู้อื่น

วัตถุประสงค์ที่ 3 การประเมินรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้วิจัยนำรูปแบบการบริหารงานแนะแนว ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมจากผู้ทรงคุณวุฒิไปประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ จากกลุ่มตัวอย่าง 144 คน โดยผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชาย 80 คน คิดเป็นร้อยละ 55.60 เพศหญิง จำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 44.40 ผลการวิจัย พบว่าผลการประเมินความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหาร งานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x= 4.41) เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบพบว่าองค์ประกอบมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือองค์ประกอบที่ 1 หลักการและวัตถุประสงค์ของการแนะแนว (x= 4.51) รองลงมาคือองค์ประกอบที่ 3 องค์คณะบุคคลในการบริหารงานแนะแนว (x= 4.50) โดยภาพรวมแล้วทุกรายด้านผ่านเกณฑ์ที่กำหนดผลการประเมินความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานแนะแนวในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x= 4.52) เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบพบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากัน คือ องค์ประกอบที่ 1 หลักการและวัตถุประสงค์และองค์ประกอบที่ 3 องค์คณะบุคคลในการบริหารงานแนะแนว(x= 4.54) รองลงมาคือองค์ประกอบที่ 4 กระบวนการดำเนินงานแนะแนว (x= 4.52) โดยภาพรวมแล้วทุกรายด้านผ่านเกณฑ์ที่กำหนด








No comments:

Post a Comment