PATTARADANAI DUNGSUNGNOEN(256511003)
1. ชื่อหัวข้อวิจัย
การพัฒนาแบบจำลองการบริหารจัดการแนะแนวเชิงมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
The Development of a Collaborative Guidance Management Model to Improve Educational Quality in Upper Secondary Education
2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การแนะแนวการศึกษาและอาชีพเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักรู้ เข้าใจศักยภาพของตนเอง และสามารถวางแผนอนาคตการศึกษาและอาชีพได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยคือครูแนะแนวยังขาดสมรรถนะด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษา และขาดรูปแบบการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา “แบบจำลองการบริหารจัดการแนะแนวเชิงมีส่วนร่วม” เพื่อยกระดับคุณภาพการแนะแนวและส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวม
3. วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการแนะแนวของครูแนะแนวระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในเครือข่ายโรงเรียน
เพื่อพัฒนาแบบจำลองการบริหารจัดการแนะแนวเชิงมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา
เพื่อนำแบบจำลองไปทดลองใช้และประเมินประสิทธิผลต่อสมรรถนะครูแนะแนว คุณภาพการบริการแนะแนว และผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน
4. คำถามการวิจัย
สภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นของการแนะแนวในโรงเรียนเครือข่ายเป็นอย่างไร?
แบบจำลองการบริหารจัดการแนะแนวเชิงมีส่วนร่วมที่เหมาะสมมีลักษณะอย่างไร?
การนำแบบจำลองไปใช้ช่วยยกระดับคุณภาพการแนะแนวและคุณภาพการศึกษาของนักเรียนหรือไม่?
5. กรอบแนวคิดการวิจัย
การวิจัยนี้อ้างอิงแนวคิดการบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วม (Collaborative Educational Management) แนวคิดการแนะแนวและจิตวิทยาการปรึกษา (Counseling Psychology) และโมเดลการพัฒนาสมรรถนะครู (Teacher Competency Development Model) โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และนักเรียนในทุกขั้นตอน
6. วิธีดำเนินการวิจัย
ระยะที่ 1: การศึกษาและวิเคราะห์บริบท
กลุ่มตัวอย่าง: ครูแนะแนว ผู้บริหาร และนักเรียนในเครือข่ายโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 โรงเรียน (เครือข่ายแนะแนว มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา)
เครื่องมือ: แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion)
ระยะที่ 2: การพัฒนาแบบจำลอง
ใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) กับผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแนะแนวและการบริหารการศึกษา
จัดเวิร์กชอปเพื่อระดมความคิดเห็นและสร้างต้นแบบแบบจำลอง
ระยะที่ 3: การทดลองใช้แบบจำลอง
ดำเนินการทดลองในโรงเรียนกลุ่มทดลอง 12 โรงเรียน และกลุ่มควบคุม 12 โรงเรียน
เก็บข้อมูลก่อนและหลังการใช้แบบจำลอง โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะครูแนะแนว คุณภาพการบริการแนะแนว และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน
ระยะที่ 4: การประเมินผลและการปรับปรุง
วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ t-test, ANCOVA และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ปรับปรุงแบบจำลองเพื่อให้พร้อมใช้งานในวงกว้าง
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ได้แบบจำลองการบริหารจัดการแนะแนวเชิงมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
ครูแนะแนวมีสมรรถนะด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษาเพิ่มขึ้น
คุณภาพการแนะแนวและผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนได้รับการยกระดับ
โรงเรียนมีแนวทางที่ยั่งยืนในการพัฒนางานแนะแนวและการบริหารการศึกษา
8. ขอบเขตการวิจัย
ด้านเนื้อหา: เน้นการพัฒนาสมรรถนะครูแนะแนวด้านจิตวิทยาการปรึกษา และการบริหารงานแนะแนวแบบมีส่วนร่วม
ด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง: ครูแนะแนว ผู้บริหาร และนักเรียนในเครือข่ายโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 100 โรงเรียน
ด้านเวลา: ดำเนินการวิจัยภายใน 12 เดือน
9. การอ้างอิง
กาญจนา แสงสุวรรณ. (2019). การพัฒนาสมรรถนะครูแนะแนวเพื่อเสริมสร้างคุณภาพการแนะแนวการศึกษา. วารสารวิจัยการศึกษา, 12(3), 45–60.
ประนอม ศรีดี. (2020). ระบบบริหารความเสี่ยงด้านการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2018). การจัดการศึกษาเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Creswell, J. W. (2014). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.
Gysbers, N. C., & Henderson, P. (2012). Developing & managing your school guidance and counseling program (5th ed.). Alexandria, VA: American Counseling Association.
Sink, C. A. (2002). Comprehensive guidance and counseling programs and the development of multicultural student-citizens. Professional School Counseling, 6(2), 113–119.
Wenger, E. (1998). Communities of practice: Learning, meaning, and identity. Cambridge University Press.
Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. (2007). Evaluation theory, models, and applications (2nd ed.). Jossey-Bass. (แนะนำสำหรับกรอบ CIPP และการประเมินโปรแกรม)
Joyce, B., & Showers, B. (2002). Student achievement through staff development (3rd ed.). ASCD. (อ้างอิงเรื่องการพัฒนาวิชาชีพและ coaching/PLC)
No comments:
Post a Comment