Tanaboon Poonphol PhD 246511002
อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์
มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570)
1) ชื่อเรื่องการวิจัย (Research Title) : อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า
(พ.ศ. 2561 – 2570)
2) ผู้วิจัยและสถาบันที่สังกัด (Researcher & Institutional
Affiliation)
• ผู้วิจัย: Miss Kruawan PHAOPHUNG (นางสาวเครือวัลย์
เผ่าผึ้ง)
• ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ว่าที่พันตรี ดร.นพดล เจนอักษร (Assistant Professor Maj. Nopadol
Chenaksara, RTAR., Ph.D.)
• สถาบัน: ภาควิชาการบริหารการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร (Department of Educational
Administration, Graduate School, Silpakorn University)
• ปีการศึกษา: 2562 (Academic Year 2019)
• ลิขสิทธิ์: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร (Copyright
of Graduate School, Silpakorn University)
3) วัตถุประสงค์การวิจัย (Research Objectives) : วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือ
เพื่อวาดอนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า
(พ.ศ. 2561
– 2570)
อนาคตภาพในที่นี้หมายถึงภาพอนาคตทางบวก ภาพอนาคตทางลบ
และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุดของโรงเรียน
ซึ่งได้จากการสังเคราะห์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ 21 คน
ตามระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ EDFR เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในปัจจุบันและการวางแผนงานในอนาคตของโรงเรียน.
4) ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) : การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ
EDFR
(Ethnographic Delphi Futures Research) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิค
EFR (Ethnographic Futures Research) และเทคนิคเดลฟาย (Delphi)
โดยปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อประยุกต์ใช้กับปัญหาและวัตถุประสงค์การวิจัยที่หลากหลาย.
• กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Experts):
◦ คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน
21 คน.
◦ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน:
1.
กลุ่มผู้บริหารการศึกษา: ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายการศึกษาและมีบทบาทในการสนองนโยบายด้านการจัดการศึกษา
ควรเป็นผู้ที่มีโอกาสดำรงตำแหน่งสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชน
หรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม.
2.
กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนนาคประสิทธิ์
มูลนิธิวัดบางช้างเหนือ: ผู้บริหารระดับสูงที่มีหน้าที่บริหารจัดการโรงเรียน
วางแผนงาน กำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอนาคต.
3.
กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของโรงเรียน:
ผู้ที่รับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือสถานการณ์ของโรงเรียน
หรือได้รับบริการทางการศึกษาจากโรงเรียน
เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลายทั้งที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์.
◦ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย ชาย 14 คน หญิง 7
คน ระดับปริญญาตรี 3 คน ปริญญาโท 7 คน ปริญญาเอก 11 คน.
• ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย (Research Procedure):
◦ ขั้นตอนที่ 1: การทำ EDFR รอบที่
1 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 1):
▪ การสัมภาษณ์: สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 21
คน โดยใช้คำถามปลายเปิดแบบไม่ชี้นำเกี่ยวกับภาพอนาคตทางบวก (optimistic
realistic scenario), ภาพอนาคตทางลบ (pessimistic realistic
scenario) และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (most probable
scenario) ของโรงเรียนนาคประสิทธิ์
มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า.
▪ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล: นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
(Content Analysis) จัดระเบียบข้อมูลตามประเภท
โดยคงความหมายเดิมของผู้เชี่ยวชาญไว้มากที่สุด. พบว่าสามารถจำแนกอนาคตภาพได้
3 ด้าน: ด้านการบริหาร ด้านหลักสูตร
และด้านการจัดการเรียนการสอน.
◦ ขั้นตอนที่ 2: การทำ EDFR รอบที่
2 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 2):
▪ การสร้างเครื่องมือ: นำข้อมูลที่สังเคราะห์ได้จากรอบที่
1 มาสร้างเป็นแบบสอบถามแบบมาตรวัดประเมินค่าของลิเคิร์ท (Likert
Rating Scale) 5 ระดับ (เห็นด้วยน้อยที่สุดถึงเห็นด้วยมากที่สุด)
โดยเขียนข้อคำถามให้กระชับ ชัดเจน เป็นกลาง และคงความหมายเดิมของผู้เชี่ยวชาญ.
▪ การเก็บรวบรวมข้อมูล: ส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดิมทั้ง
21 คน
พิจารณาและวัดระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดของภาพอนาคตทั้งสามแบบ.
▪ การวิเคราะห์ข้อมูล: นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน
(Median), ค่าฐานนิยม (Mode) และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
(Interquartile Range (Q3-Q1)) เพื่อพิจารณาฉันทามติ.
•
เกณฑ์ฉันทามติ:
◦ ค่ามัธยฐาน (Median) ตั้งแต่ 3.5 ขึ้นไป (ระดับมากถึงมากที่สุด).
◦ ค่าความแตกต่างระหว่างค่ามัธยฐานกับค่าฐานนิยมไม่เกิน 1.00.
◦ ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (Q3-Q1) น้อยกว่าหรือเท่ากับ
1.50.
◦ ขั้นตอนที่ 3: การทำ EDFR รอบที่
3 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 3):
▪ จะดำเนินการก็ต่อเมื่อคำตอบจากรอบที่ 2 ไม่มีความเป็นเอกพันธ์
(homogeneity) หรือไม่มีฉันทามติ (consensus). ในกรณีนี้ การวิจัยหยุดที่รอบที่ 2 เนื่องจากคำตอบของผู้เชี่ยวชาญมีความเป็นเอกพันธ์และมีฉันทามติตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว.
5) ผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ (Findings & Recommendations) : ผลการวิจัย (Findings): ผลการวิจัยพบว่า
อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561
– 2570) ตามฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญปรากฏ 3 ภาพอนาคตหลัก
ได้แก่ ภาพอนาคตทางบวก ภาพอนาคตทางลบ และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด
ซึ่งจำแนกเป็นรายด้านได้ 3 ด้าน คือ ด้านการบริหาร
ด้านหลักสูตร และด้านการจัดการเรียนการสอน.
• ภาพอนาคตทางบวก (Optimistic Realistic Scenario):
◦ ด้านการบริหาร: การบริหารของโรงเรียนมีเสถียรภาพภายใต้เครือข่ายความร่วมมือของบุคลากรภายในองค์กร
และทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล. โรงเรียนมีนโยบายและเป้าหมายการศึกษาที่ชัดเจน
มีโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน คณะกรรมการบริหารมีบทบาทจริงจัง
การเงินเป็นระบบโปร่งใสและเพียงพอ ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการเป็น Google
Classroom ศูนย์วิทยาบริการเป็น Digital Library อาคารเรียนเป็น Smart Building สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัย
มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารอย่างเป็นระบบด้วย QR Code ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ และมนุษยสัมพันธ์ดี
ครูและบุคลากรมีคุณธรรมจริยธรรม และมีสถานภาพมั่นคงพร้อมสวัสดิการที่ดี.
◦ ด้านหลักสูตร: หลักสูตรมีความยืดหยุ่น
ตอบสนองความต้องการและความสามารถของนักเรียนตามศักยภาพ
ส่งผลให้นักเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยี มีทักษะการทำงาน และมีทักษะชีวิต. หลักสูตรสถานศึกษามีการแยกกลุ่มเป้าหมายชัดเจนตามพัฒนาการและความถนัด
สอดแทรกการสอนอาชีพ
เปิดโอกาสให้นักเรียนจัดแผนการเรียนและกำหนดเป้าหมายเองในระดับมัธยมศึกษา
มีหลักสูตรสำหรับนักเรียนกลุ่มพิเศษ (Gifted Child) และหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะทางสูงด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
(Super Advance Curriculum) ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย.
◦ ด้านการจัดการเรียนการสอน: การจัดการเรียนการสอนทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล
โดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางแต่ยังคงคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนไว้. โรงเรียนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและวิทยาการคอมพิวเตอร์
จัดการเรียนการสอนระบบออนไลน์หรือ Open Classroom เป็นแบบบูรณาการศาสตร์
มีความเป็นสากล เน้นทักษะการคิด ทักษะอาชีพ ทักษะทางภาษา ทักษะชีวิต
และคุณธรรมจริยธรรม
มีการจัดการเรียนการสอนร่วมกับสถานศึกษาและหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
และส่งเสริมให้นักเรียนจัดทำนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์.
• ภาพอนาคตทางลบ (Pessimistic Realistic Scenario):
◦ ด้านการบริหาร: จำนวนนักเรียนลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตราการเกิดของประชากร
จนส่งผลกระทบต่อการบริหาร. ครูขาดศรัทธาในวิชาชีพ
จำนวนครูไม่สมดุลกับนักเรียน ทำให้โรงเรียนรับภาระค่าใช้จ่าย
การขาดแคลนครูที่มีประสบการณ์ ผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารที่ชัดเจน
งบประมาณน้อยลง ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่น
และมีการแข่งขันทางการศึกษาภายในพื้นที่สูง.
◦ ด้านหลักสูตร: หลักสูตรไม่รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงหรือโลกทัศน์ทางอาชีพในทศวรรษหน้า.
โครงสร้างรายวิชาไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตรากำลังคนที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานทั้งระดับชาติและนานาชาติ
และการวัดผลประเมินผลมุ่งพัฒนาแต่ความรู้ทางวิชาการ
ส่งผลให้คุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนน้อยลง.
◦ ด้านการจัดการเรียนการสอน: การจัดการเรียนการสอนไม่ส่งเสริมพัฒนาการและไม่ตอบสนองสมรรถนะตามระดับความสามารถของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ
เนื่องจากจำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไป
และขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง. การจัดการเรียนการสอนขาดคุณภาพ ครูดูแลไม่ทั่วถึง
จำนวนเด็กพิเศษเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี
ครูไม่มีความชำนาญในการสอนคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี.
• ภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Probable Scenario):
◦ ด้านการบริหาร: โรงเรียนต้องยกระดับการบริหารด้วยระบบคุณภาพให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล.
มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารที่ตอบสนองความต้องการของนักเรียน
ผู้ปกครอง และมีความเป็นสากล ปรับการบริหารให้เป็นแบบแนวระนาบ
การบริหารเกิดจากการสังเคราะห์ความต้องการร่วมกันของบุคลากรทุกระดับ
มุ่งเน้นอัตลักษณ์ของนักเรียนแต่ก็ตอบสนองความต้องการและโลกที่เปลี่ยนแปลง
การนิเทศติดตามเป็นระบบชัดเจน การประเมินผลบริหารผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน
ส่งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน
และหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ
เป็นสถานศึกษาเพื่อชุมชนโดยไม่หวังผลธุรกิจ
จัดตั้งกองทุนมูลนิธิวัดบางช้างเหนือเพื่อช่วยเหลือนักเรียน
พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและจัดการเรียนการสอน สนับสนุน software
ให้นักเรียนศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง
ส่งเสริมให้ครูพัฒนาตนเองตามความต้องการ
นำบุคลากร/วิทยากรภายนอกที่มีประสบการณ์สูงมาสอน
ปรับทัศนคติบุคลากรไม่ให้มุ่งผลลัพธ์วิชาการเพียงอย่างเดียว
กระตุ้นความรับผิดชอบร่วมกัน ถอดบทเรียนจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ และปรับภูมิทัศน์
อาคาร สถานที่ให้สะดวกและปลอดภัย.
◦ ด้านหลักสูตร: หลักสูตรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สามารถปรับลดเนื้อหา และเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล. พัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมเพื่อรองรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ
และหลักสูตรที่รองรับความสนใจของนักเรียนเพื่อต่อยอดการศึกษาในอนาคต เช่น
วิศวกรรมพื้นฐาน ภาษา หรือการทำอาหาร.
◦ ด้านการจัดการเรียนการสอน: จัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์
รวมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง.
ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความเป็นเลิศและตอบสนองความหลากหลายของนักเรียน
ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิด (mindset) เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญ
ประโยชน์ และภาพอนาคตทางการศึกษาของตนเอง
และกำหนดระเบียบหรือมาตรการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนที่ส่งผลลบต่อการเรียนรู้.
6) ข้อเสนอแนะหลักและนัยยะ (Key Insights and Implications)
• บริบทการเปลี่ยนแปลง: การศึกษาไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย
เช่น เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีดิจิทัล อัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง
และนโยบายรัฐที่สนับสนุนการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย. สิ่งเหล่านี้ทำให้โรงเรียนเอกชนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและจำนวนนักเรียนที่ลดลง
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารจัดการและงบประมาณ.
• ความสำคัญของการมองอนาคต (Foresight): การวิจัยอนาคต
(foresight) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21
เพื่อคาดการณ์ภาพอนาคตที่อาจเกิดขึ้น. เป็นเครื่องมือเชิงระบบที่ช่วยในการกำหนดนโยบาย
การวางแผน และการตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การสร้างอนาคตที่พึงประสงค์
ป้องกันแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์ หรือเผชิญหน้ากับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
เป้าหมายไม่ใช่การทำนาย
แต่เป็นการหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตัดสินใจในปัจจุบันเพื่อพัฒนาอนาคต.
• การบริหารยุคใหม่: การบริหารโรงเรียนต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ให้ทันสมัย
ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครอง และมีความเป็นสากล. ควรเน้นการทำงานเป็นทีม การกระจายอำนาจ (แนวระนาบ)
และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ รวมถึงคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง
ชุมชน และศิษย์เก่า เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพ.
• หลักสูตรเพื่ออนาคต: หลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่น
หลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองต่อโลกทัศน์ทางอาชีพในอนาคต. ควรส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่
21 (เช่น 3Rs และ 8Cs: การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน
การรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะอาชีพ และความเมตตา)
และเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามสาขาวิชา การแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง
และการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ. ไม่ควรเน้นแค่วิชาการอย่างเดียว
แต่ควรส่งเสริมความรู้ ความสามารถ และทักษะชีวิตตามศักยภาพของนักเรียน.
• การจัดการเรียนการสอนและบทบาทครู: ครูต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้สอนมาเป็นผู้Facilitate
หรือโค้ช
ที่ออกแบบการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกให้นักเรียนเรียนรู้จากการลงมือทำ. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างแรงจูงใจและตอบสนองความต้องการของนักเรียนยุคใหม่.
ครูต้องมีคุณภาพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความรับผิดชอบ
และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและทักษะภาษา.
7) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ (Actionable Recommendations)
• การบริหารจัดการ:
◦ ประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์: โรงเรียนควรจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันในทุกมิติ
โดยมีส่วนร่วมจากคณะกรรมการบริหาร ครู และบุคลากรทุกฝ่าย เพื่อกำหนดกลยุทธ์
โครงสร้างการบริหาร นโยบาย
และทิศทางการบริหารที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทุกระดับ.
◦ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ: สร้างและรักษาเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และโปร่งใส
เพื่อสร้างความเข้มแข็ง.
◦ ปรับโครงสร้างบริหารแบบแนวระนาบ: เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ กำหนดกลยุทธ์ใหม่ และหล่อหลอมวิธีการทำงานใหม่ๆ
โดยประสานประโยชน์ให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
◦ สนับสนุนสวัสดิการบุคลากร: ส่งเสริมด้านสวัสดิการเพื่อสร้างความมั่นคงและมั่นใจในการทำงานของบุคลากร.
• การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน:
◦ วิเคราะห์ทักษะจำเป็น: พิจารณาว่าทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของนักเรียนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีอะไรบ้าง
และระบบการศึกษาจะช่วยส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้อย่างไร.
◦ ออกแบบหลักสูตรที่หลากหลายและทันสมัย: พัฒนาหลักสูตรให้หลากหลาย
ทันสมัย รองรับความถนัด ความสามารถของนักเรียน และส่งเสริมอาชีพ
ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สามารถปรับลดเนื้อหาและเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล. ควรมีหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษและหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลองศึกษาในสิ่งที่สนใจเพื่อต่อยอดอาชีพในอนาคต.
◦ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้: จัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์.
◦ ปลูกฝังความสำคัญของการศึกษา: ปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง.
◦ ควบคุมพฤติกรรมเชิงลบ: กำหนดกฎระเบียบหรือมาตรการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนที่ส่งผลลบต่อการศึกษา
อันเนื่องมาจากอิทธิพลของเทคโนโลยี.
• การพัฒนาครู:
◦ พัฒนาคุณลักษณะครูในศตวรรษที่ 21: ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูในศตวรรษที่
21 หรือตัวบ่งชี้มูลค่าเพิ่มด้านวิชาการของครูที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน
เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านการศึกษาในอนาคต.
◦ บทบาทครูในฐานะผู้นำนวัตกรรม: พิจารณาบทบาทของครูในฐานะผู้นำนวัตกรรมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน.
8) สรุป (Summary)
การวิจัย
"อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 –
2570)" มีวัตถุประสงค์เพื่อวาดภาพอนาคตของโรงเรียนในช่วงเวลาดังกล่าว.
การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ EDFR (Ethnographic
Delphi Futures Research) ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคนิค EFR และ Delphi. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เลือกแบบเจาะจงจำนวน
21 คน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม:
ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย. การวิจัยดำเนินการ 2 รอบ:
รอบแรกเป็นการสัมภาษณ์แบบปลายเปิดเพื่อรวบรวมแนวคิด, และรอบสองใช้แบบสอบถาม
Likert Rating Scale เพื่อหาฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ.
ข้อมูลถูกวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติ (ค่ามัธยฐาน
ค่าฐานนิยม ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์).
ผลการวิจัยได้นำเสนอ
อนาคตภาพ 3
ภาพ:
1. ภาพอนาคตทางบวก (Optimistic Realistic Scenario): โรงเรียนมีการบริหารที่มีเสถียรภาพ ทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัล
หลักสูตรยืดหยุ่นตอบสนองความต้องการและศักยภาพนักเรียน
และการจัดการเรียนการสอนยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางและคงคุณธรรมอัตลักษณ์.
2. ภาพอนาคตทางลบ (Pessimistic Realistic Scenario): จำนวนนักเรียนลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตราการเกิด
หลักสูตรไม่รองรับโลกทัศน์ทางอาชีพในอนาคต
และการจัดการเรียนการสอนไม่ส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพเนื่องจากจำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไป
และขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจัง.
3. ภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Probable Scenario): โรงเรียนต้องยกระดับการบริหารด้วยระบบคุณภาพให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล
พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร
หลักสูตรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สามารถปรับลดเนื้อหาและเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล
และจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์
รวมถึงปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง.
การวิจัยนี้เน้นย้ำความจำเป็นที่โรงเรียนต้องมีการวางแผนเชิงรุกและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสในอนาคต.
9) รายการอ้างอิง (References)
รายการอ้างอิงสำหรับการวิจัยนี้ตามที่ระบุในแหล่งข้อมูลมีดังนี้:
ภาษาไทย
• กระทรวงศึกษาธิการ.
“นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการปีงบประมาณ 2562.” 28 มกราคม 2562.
• ______. “แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 12 (พ.ศ.
2560 – 2564).” ธันวาคม 2559.
• ______. “แผนการศึกษาแหง่ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579.” มีนาคม 2560.
• กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย. วิสัยทศัน์ทางการศึกษาของไทย: มองสู่อนาคต.
เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก
http://www.cola. kku.ac.th/main2 /images/POR/RS/2557/1.An%20
Educational%20Vision%20for%20Thailand-Looking%20to%20the%20future.pdf.
• เข็มทอง ศิริแสงเลิศ.
“สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์อนาคตด้านการศึกษาของชาติ.”
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 15 การคาดการณ์อนาคตด้านการศึกษาของชาติ
สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ม.ป.ป.
• แคท ลิม. การสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน. เข้าถึงเมื่อ 20
พฤษภาคม 2560. เข้าถึงได้จาก https://sudawadeeblog.com/2015/01/01.
• จักรพันธ์ ภาชนะ.
“อนาคตภาพการบริหารจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาในทศวรรษ หน้า (พ.ศ. 2558
- 2567). ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครศุาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 2559.
• จำเนียร พลหาญ. “อนาคตภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มที่เน้นการผลิตบัณฑิต.”
วิทยานิพนธ์ปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา
บัณฑติวิทยาลัยมหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2553.
• จุมพล พูนภัทรชีวิน. “การวิจัยอนาคต (Future Research).” เอกสารประกอบการบรรยายเนื่องในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2559 จัดโดยฝ่ายจัดการความรู้การวิจัย กองประเมินผลและจัดการ ความรู้การวิจัย
วช. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัล เวิลด์ กรุงเทพฯ,
2559.
• ______. “ปฏบิัติการวิจัยอนาคตด้วย EDFR.” วารสารบริหารการศึกษา
วิทยาลัยขอนแกน่ 1, 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2548): 19 -
31.
• จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์. แนวคิดการมองอนาคต (foresight) และวธิีการมองอนาคต. เข้าถึงเมื่อ 17 กมุภาพันธ์ 2560.
เข้าถึงได้จาก http://www.moe.go.th/news/detail.php?NewsID
=202628$Key=newsresearch.
• ดวงนภา มกรานุรักษ์. “อนาคตภาพการอาชีวศึกษาไทยในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2554
- 2564).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2554.
• ตะวัน สื่อกระแสร์. “ยุทธศาสตร์การบริหารโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ.”
วารสารวิชาการ Veridian E-Journal 6, 3 (กันยายน - ธันวาคม 2556):
124 - 125.
• ธนกร เช้ือจำรูญ.
“อนาคตภาพการจัดการศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2554
- 2563).” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารจัดการ การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม,
2554.
• ธนกฤต สิทธิราช.
“อนาคตภาพการจัดการมัธยมศึกษาของประเทศไทยในสองทศวรรษหน้า.”
วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2557.
• นภดล จิรบุญดิลก. “อนาคตภาพผลิตบุคลากรวิชาชีพสุขศึกษา พลศึกษา กีฬา
และนนัทนาการของ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยใน พ.ศ. 2554 – 2563.” วิทยานิพนธ์ปริญญาครศุาสตร ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554.
• นิรมล ตู้จินดา.
“ศึกษาเรื่องอนาคตภาพหลักสูตรพลเมืองศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในทศวรรษ หน้า
(ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2555).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรชัญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2557.
• ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ และปราโมทย์ ประสาทกุล. ประชากรไทยในอนาคต.
เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถึงไดจ้าก
http://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ ConferenceII/
Article/Download/Article02.pdf.
• ปาริชา มารี เคน.
“อนาคตภาพที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ในการเป็นมหาวิทยาลัย
เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในทศวรรษหน้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม,
2554.
• พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต). ปรัชญาการศึกษาของไทย ภาคพุทธธรรม:
แกนนำการศึกษา. พิมพ์ครั้งแรก. ม.ป.ท., 2556.
• “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.” ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 116, ตอนที่ 74ก (19 สิงหาคม 2542): 2.
• ______. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116, ตอนที่ 74ก (19 สิงหาคม 2542): 8.
• พันธ์อาจ ชัยรัตน์. มองอนาคตเพื่อกำหนดปัจจุบัน. เข้าถึงเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2560. เข้าถึงได้จาก http://www.tcdc.or.th/creativethaian/article/theCreative/20124.
• พิมลพรรณ ดษุิยามี.
“การบริหารโรงเรียนเอกชนที่เหมาะสมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน.”
ศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย 7, 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2558):
136.
• พิริยะ ผลพิรุฬห์.
“ความไม่สอดคล้องทางการศึกษาและผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทย.” พัฒนาการ
เศรษฐกิจปริทรรศน์ 10, 2 (กรกฎาคม 2559): 118.
• พีระศักด์ิ วรฉัตร. “อนาคตภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2558.” วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2550.
• เพ็ญวิภา พรหมสุวรรณ์.
“อนาคตภาพของการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2556
- 2565).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศกึษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย,
2556.
• ภาสกร เรืองรอง และคณะ. “เทคโนโลยีการศกึษากับครูไทยในศตวรรษที่ 21.”
วารสารปญัญาภิวัฒน์ 5, ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2557):
197.
• มัณฑนา ภัคคณุานนท์.
“อนาคตภาพภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีโรงเรียนประถมศึกษาของไทย ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2557
- 2567).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัราชภัฏอุดรธานี, 2558.
• “ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580).” ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 135, ตอนที่ 82ก (13 ตุลาคม 2561): 5 - 10.
• ระวี สัจจโสภณ.
“อนาคตภาพรูปแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนา
ภาวะพฤฒิพลังของผู้สูงอายุไทย.” วิทยานพินธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา
การศึกษานอกระบบโรงเรียน บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555.
• “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกัราช 2560.” ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 134, ตอนที่ 40ก (6 เมษายน 2560): 14 - 80.
• โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือ.
“ที่ระลึกงานเปิดป้ายอาคารเรียนพระพิศาลศึกษากร.” 19 ธันวาคม
2540.
• ______. “แผนปฏิบัติการประจำปี.” พฤษภาคม 2560.
• ______. “เอกสารประชาสัมพันธ์.” 2557.
• วันทนา อมตาริยกุล.
“อนาคตภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในทศวรรษหน้า.”
วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาสารคาม, 2552.
• วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. การมองอนาคต. เข้าถึงเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2560. เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki.
• วิจารุวัจน์ สองเมือง. การบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก
https://deepsouthwatch.org/th/node/8009.
• วิจารณ์ พานิช. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษยใ์นศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ
สดศร-ีสฤษด์ิวงศ์, 2555.
• วิไล ปรึกษากร. “การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน จังหวัดราชบุรี.”
วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549.
• วิไลลักษณ์ รัตนเพียรธัมมะ และปิยะนันท์ พรึ่งน้อย.
“นวัตกรรมการศึกษาในการพัฒนาทักษะ เพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21.” วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก 34, 3 (กันยายน –
ธนัวาคม 2559): 56-57.
• ศักดินาภรณ์ นันที. “อนาคตที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก
กลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2555-2565).”
วิทยานิพนธ์ปริญญาปรชัญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัขอนแก่น, 2555.
• ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์.
“ข้อเสนอแนวทางแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยศิลปากรในช่วงแผนการพัฒนา การศึกษาแห่งชาติ
ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศกึษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553.
• ศิวพร กาจันทร์. “อนาคตของโรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย.”
วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยัศิลปากร, 2558.
• ศุภเสฏฐ์ คณากูล. วิกฤติโรงเรียนเอกชนเดก็น้อย-เลย์ออฟครู. เข้าถึงเมื่อ 29
เมษายน 2562, เข้าถึงได้จาก https://siamrath.co.th/n/33491.
• ศูนย์นวัตกรรมนโยบายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
“อนาคตภาพของเทคโนโลย ี สารสนเทศเพือ่การเรียนรู้
:กระบวนทัศน์และยุทธศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก.” มิถุนายน 2545.
• สมพร ยอดดำเนิน. “อนาคตภาพโรงเรียนอนุบาลฤทธิยะวรรณาลัย.”
วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยัศิลปากร, 2558.
• สมศรี เณรจาที และวัชรี ชูชาติ.
“รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน
ให้มีคุณลักษณะพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21.” วารสารบริหารการศึกษา
มศว 14, 27 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2560): 10.
• สปริงนิวส์. ทางรอด วิกฤต 913 โรงเรยีนเอกชน.
เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถงึได้จาก
https://www.springnews.co.th/news/20522.
• สวาฎิพร แสนคำ. “อนาคตภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยในบริบทประชาคมอาเซียน.”
วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี, 2557.
• สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
“แผนพัฒนาเศรษฐกจิและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560
– 2564.” 29 ธันวาคม 2559.
• สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. “แผนพฒันาการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2560
- 2564.” 12 กันยายน 2559.
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปคกับการมอง อนาคตเพื่อภมูิภาคเอเชียแปซิฟิก. กรุงเทพฯ:
ม.ป.ป.
• สุขสวัสดิ์ สบายใจ. “อนาคตศึกษากับความมั่นคงแห่งชาติ.” นาวิกาธิปัตย์สาร
คลังปัญญาพัฒนา ผู้นำ: 8-9.
• สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์.
“อนาคตภาพที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในทศวรรษหน้า.”
วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยัขอนแก่น, 2550.
• สุเทพ ตระหง่าน. “รูปแบบการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน.”
วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี 8, 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2559):
157-158.
• เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์. ผลวิจัยชี้ครูคุณภาพสง่ผลให้เดก็เรียนดี.
เข้าถงึเมื่อ 1 พฤษภาคม 2562. เข้าถึงได้จาก
http://personnel.obec.go.th/ personnel/ index.php? option= com
content&view=article&id =151:-qqqq&catid=13:2011-08-11-05-13-55.
• อดุลย์ วังศรีคูณ. “การศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 : ผลผลิตและแนวทางการพัฒนา.”
วารสาร มนุษยศาสตรแ์ละสังคมศาสตร ์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8,
1 (มกราคม – มิถุนายน 2557): 1.
• อรกัญญา พงษ์พิมาย.
“ผลกระทบของคุณลักษณะของงานที่มีต่อความสำเร็จในการทำงานผ่าน
ความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนนาคประสิทธิ์ อำเภอสามพราน จงัหวัดนครปฐม.” Veridian
E-Journal 8, 3 (กันยายน – ธันวาคม 2558): 1079.
• เอกชัย กี่สุขพันธ์. การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. เข้าถึงเมื่อ 28
เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/52232/-edu-teaartedu-
teaart-teaartdir--.
ภาษาต่างประเทศ
• Ally, M. and
Prieto-Blezquez, J. “What is the Future of Mobile Learning in Education.” RUSC
11, 1 (January 2014): 143.
• Andersen, P.
D. and Rasmussen, B. “Introduction to Foresight and Foresight Processes in
Practice.” Note for the PhD course Strategic Foresight in Engineering,
Department of Management Engineering Technical, University of Denmark, 2014.
• Andreas, S.
“Schools for 21st-Century Learners: Strong Leaders, Confident Teachers,
Innovative Approaches.” In International Summit on the Teaching Profession,
2015.
• Burrus, D.
Flash Foresight: How to See the Invisible and Do the Impossible: Seven Radical
Principle that will Transform your Business. 1st ed. New York: Harper Collins
Publisher, 2011.
• Cartwright,
S. Transforming school educationfor the 21st century: consultation outcomes.
North Sydney: NSW Business Chamber Head Office, 2017.
• Conway, M.
An Overview of Foresight Methodologies. Accessed May 14, 2017. Available from
http://www.forschungsnetzwerk.at
/downloadpub/An-Overview-of-Foresight-Methodologies1.pdf.
• Costa, A.
“Task-Based Learning (TBL) and Cognition.” e-TEALS: An e-journal of Teacher
Education and Applied Language Studies, 7 (2016): 108.
• Cox, J.
Teaching Strategies: What a 21st Century Educator Looks Like. Accessed April
28, 2019. Available from https://www.teachhub.com/
teaching-strategies-what-21st-century-educator-looks.
• Curriculum
Standing Committee of National Education Professional Associations. Developing
a twenty-first century school curriculum for all Australian students. Accessed
April 28, 2019. Available from http://www.acsa. edu.au/pages/
images/CSCNEPA_paper_June087.pdf.
• Driscol, M.
Education in The 21st Century. Accessed April 30, 2019. Available from
https://thinkstrategicforschools.com/education-21st-century/.
• Fuerth, L.
S. “Foresight and Anticipatory Governance.” foresight 11, 4 (2009): 17.
• Fadel, C.
Redesigning the Curriculum for a 21st Century Education. Accessed April 28,
2019. Available from http://curriculumredesign.org/wp-content/uploads/
CCR-FoundationalPaper_FINAL.pdf.
• Global
Centre for Public Service Excellence. Foresight as a Strategic Long-term
Planning Tool for Developing Countries. Accessed May 12, 2017. Available from
file:///C:/Users/np.user.SECTRLB-01/Downloads/GCPSE%20Foresight Brief.pd.
• Hyeonju, S.
“The Future of South Korea: Alternative Scenarios for 2030.” Ph.D.
dissertation, Political Science, Hawai’I At Manoa University, 2012.
• Jackson, M.
Practical Foresight Guide: Methods. n.p., 2013.
• Jae-Yun, H.
“A Systems Perspective on Standardization in Technological Innovation: A
Conceptual Framework and a Process Model Supporting Strategic Policy
Foresight.” Ph.d thesis, Engineering Department, University of Cambridge, 2017.
• Jenssen, S.
R. “Foresight between Uncertainty and Convention.” Ph.D. thesis, Center for
Technology Innovation and culture, University of Oslo, 2010.
• Kamboj, P.
K. “21st century skill: a wakeup call for inservice teachers.” SRJIS 2, 11
(August - September 2015): 2687.
• Keeman, M.
“Combining Foresight Methods for Impacts.” NISTEP 3rd International Conference
on Foresight, Tokyo, November, 2007.
• Koşar, S.
“Future Scenarios for the Improvement of Turkish Primary Education.” Ph.D.
thesis, Faculty of Education, Department of Educational Sciences, Gazi
University, 2012.
• Luqman Rana
Adeel and Hafiz Muhammad Farhan. “21st Century Challenges of Educational
Leaders, way out and Need of Reflective Practice.” International Journal of
Learning & Development 2, 1 (2012): 195.
• Makolandra,
J. 21st Century Theories of Education Administration. Accessed April 28, 2019.
Available from http://www.opentextbooks.org.hk/system//files/export/
7/7301/pdf/21st_Century_Theories_of_Education_Administration_7301.pdf.
• Masters, G.
A 21st Century curriculum. Accessed April 28, 2019. Available from
https://www.teachermagazine.com.au/columnists/geoff-masters/a-21st-century-curriculum
• McGuire, P.
“21st Century Standards and Curriculum: Current Research and Practice.” Journal
of Education and Practice 6, 6 (2015): 150.
• McMillan, T.
T. “The Delphi Technique.” Paper presented at annual meeting of California
Junior College Association Commission on Research and Development, Monterrey
California, May 3, 1971.
• Mestry, R.
“Empowering principals to lead and manage public schools effectively in the
21st century.” South African Journal of Education 37, 1 (February 2017): 21.
• Murnane, J.
R. “Long-Term Trends in Private School Enrollments by Family Income.” AERA Open
4, 1 (January-March 2018): 1.
• Narodowski,
M. and Moschetti, M. “Why does private school enrollment grow Evidence from
Argentina.” Narodowski & Moschetti, Cogent Education, no. 2 (July 2015): 1.
• O’Mahony, P.
“21st Century School Management Systems Essential to Implementing and
Sustaining Educational Reform.” National and European Events, no. 1 (Spring
2014): 12.
• Paper, W.
“Strategic Foresight from Theory to Practice Methods, Tools and Culture.”
Strategic Foresight Consultant (July 2013): 13 - 14.
• Parker, W.
T. “Understanding the Private School Choice Decision Process: A Q-Methodology
Study.” Ph.D. dissertation, Educational Administration and Supervision,
Graduate Faculty of North Carolina State University, 2015.
• Rialland, A.
and Wold, K. E. Future Studies Foresight and Scenarios as basis for Better
strategic decision. Trondheim: n.p., 2009.
• Ringland, G.
Scenario Planning: Managing for the Future. Chichester: John Wiley &Sons
Ltd, 1998.
No comments:
Post a Comment