Saturday, August 16, 2025

อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570)

 Tanaboon Poonphol PhD 246511002

อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570)


1) ชื่อเรื่องการวิจัย (Research Title) : อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570)

2) ผู้วิจัยและสถาบันที่สังกัด (Researcher & Institutional Affiliation)

ผู้วิจัย: Miss Kruawan PHAOPHUNG (นางสาวเครือวัลย์ เผ่าผึ้ง)

ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่พันตรี ดร.นพดล เจนอักษร (Assistant Professor Maj. Nopadol Chenaksara, RTAR., Ph.D.)

สถาบัน: ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร (Department of Educational Administration, Graduate School, Silpakorn University)

ปีการศึกษา: 2562 (Academic Year 2019)

ลิขสิทธิ์: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร (Copyright of Graduate School, Silpakorn University)

3) วัตถุประสงค์การวิจัย (Research Objectives) : วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือ เพื่อวาดอนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570) อนาคตภาพในที่นี้หมายถึงภาพอนาคตทางบวก ภาพอนาคตทางลบ และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุดของโรงเรียน ซึ่งได้จากการสังเคราะห์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ 21 คน ตามระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ EDFR เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในปัจจุบันและการวางแผนงานในอนาคตของโรงเรียน.

4) ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) : การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิค EFR (Ethnographic Futures Research) และเทคนิคเดลฟาย (Delphi) โดยปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อประยุกต์ใช้กับปัญหาและวัตถุประสงค์การวิจัยที่หลากหลาย.

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Experts):

     คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 21 คน.

     แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน:

        1. กลุ่มผู้บริหารการศึกษา: ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายการศึกษาและมีบทบาทในการสนองนโยบายด้านการจัดการศึกษา ควรเป็นผู้ที่มีโอกาสดำรงตำแหน่งสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชน หรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม.

        2. กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือ: ผู้บริหารระดับสูงที่มีหน้าที่บริหารจัดการโรงเรียน วางแผนงาน กำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอนาคต.

        3. กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของโรงเรียน: ผู้ที่รับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือสถานการณ์ของโรงเรียน หรือได้รับบริการทางการศึกษาจากโรงเรียน เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลายทั้งที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์.

     กลุ่มผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย ชาย 14 คน หญิง 7 คน ระดับปริญญาตรี 3 คน ปริญญาโท 7 คน ปริญญาเอก 11 คน.

ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย (Research Procedure):

     ขั้นตอนที่ 1: การทำ EDFR รอบที่ 1 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 1):

         การสัมภาษณ์: สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 21 คน โดยใช้คำถามปลายเปิดแบบไม่ชี้นำเกี่ยวกับภาพอนาคตทางบวก (optimistic realistic scenario), ภาพอนาคตทางลบ (pessimistic realistic scenario) และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (most probable scenario) ของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า.

         การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล: นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จัดระเบียบข้อมูลตามประเภท โดยคงความหมายเดิมของผู้เชี่ยวชาญไว้มากที่สุด. พบว่าสามารถจำแนกอนาคตภาพได้ 3 ด้าน: ด้านการบริหาร ด้านหลักสูตร และด้านการจัดการเรียนการสอน.

     ขั้นตอนที่ 2: การทำ EDFR รอบที่ 2 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 2):

         การสร้างเครื่องมือ: นำข้อมูลที่สังเคราะห์ได้จากรอบที่ 1 มาสร้างเป็นแบบสอบถามแบบมาตรวัดประเมินค่าของลิเคิร์ท (Likert Rating Scale) 5 ระดับ (เห็นด้วยน้อยที่สุดถึงเห็นด้วยมากที่สุด) โดยเขียนข้อคำถามให้กระชับ ชัดเจน เป็นกลาง และคงความหมายเดิมของผู้เชี่ยวชาญ.

         การเก็บรวบรวมข้อมูล: ส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดิมทั้ง 21 คน พิจารณาและวัดระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดของภาพอนาคตทั้งสามแบบ.

         การวิเคราะห์ข้อมูล: นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน (Median), ค่าฐานนิยม (Mode) และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (Interquartile Range (Q3-Q1)) เพื่อพิจารณาฉันทามติ.

            • เกณฑ์ฉันทามติ:

                 ค่ามัธยฐาน (Median) ตั้งแต่ 3.5 ขึ้นไป (ระดับมากถึงมากที่สุด).

                 ค่าความแตกต่างระหว่างค่ามัธยฐานกับค่าฐานนิยมไม่เกิน 1.00.

                 ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (Q3-Q1) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.50.

     ขั้นตอนที่ 3: การทำ EDFR รอบที่ 3 (Ethnographic Delphi Futures Research Round 3):

         จะดำเนินการก็ต่อเมื่อคำตอบจากรอบที่ 2 ไม่มีความเป็นเอกพันธ์ (homogeneity) หรือไม่มีฉันทามติ (consensus). ในกรณีนี้ การวิจัยหยุดที่รอบที่ 2 เนื่องจากคำตอบของผู้เชี่ยวชาญมีความเป็นเอกพันธ์และมีฉันทามติตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว.

5) ผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ (Findings & Recommendations) : ผลการวิจัย (Findings): ผลการวิจัยพบว่า อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570) ตามฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญปรากฏ 3 ภาพอนาคตหลัก ได้แก่ ภาพอนาคตทางบวก ภาพอนาคตทางลบ และภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งจำแนกเป็นรายด้านได้ 3 ด้าน คือ ด้านการบริหาร ด้านหลักสูตร และด้านการจัดการเรียนการสอน.

ภาพอนาคตทางบวก (Optimistic Realistic Scenario):

     ด้านการบริหาร: การบริหารของโรงเรียนมีเสถียรภาพภายใต้เครือข่ายความร่วมมือของบุคลากรภายในองค์กร และทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล. โรงเรียนมีนโยบายและเป้าหมายการศึกษาที่ชัดเจน มีโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน คณะกรรมการบริหารมีบทบาทจริงจัง การเงินเป็นระบบโปร่งใสและเพียงพอ ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการเป็น Google Classroom ศูนย์วิทยาบริการเป็น Digital Library อาคารเรียนเป็น Smart Building สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารอย่างเป็นระบบด้วย QR Code ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ และมนุษยสัมพันธ์ดี ครูและบุคลากรมีคุณธรรมจริยธรรม และมีสถานภาพมั่นคงพร้อมสวัสดิการที่ดี.

     ด้านหลักสูตร: หลักสูตรมีความยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการและความสามารถของนักเรียนตามศักยภาพ ส่งผลให้นักเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยี มีทักษะการทำงาน และมีทักษะชีวิต. หลักสูตรสถานศึกษามีการแยกกลุ่มเป้าหมายชัดเจนตามพัฒนาการและความถนัด สอดแทรกการสอนอาชีพ เปิดโอกาสให้นักเรียนจัดแผนการเรียนและกำหนดเป้าหมายเองในระดับมัธยมศึกษา มีหลักสูตรสำหรับนักเรียนกลุ่มพิเศษ (Gifted Child) และหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะทางสูงด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Super Advance Curriculum) ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย.

     ด้านการจัดการเรียนการสอน: การจัดการเรียนการสอนทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล โดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางแต่ยังคงคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนไว้. โรงเรียนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและวิทยาการคอมพิวเตอร์ จัดการเรียนการสอนระบบออนไลน์หรือ Open Classroom เป็นแบบบูรณาการศาสตร์ มีความเป็นสากล เน้นทักษะการคิด ทักษะอาชีพ ทักษะทางภาษา ทักษะชีวิต และคุณธรรมจริยธรรม มีการจัดการเรียนการสอนร่วมกับสถานศึกษาและหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมให้นักเรียนจัดทำนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์.

ภาพอนาคตทางลบ (Pessimistic Realistic Scenario):

     ด้านการบริหาร: จำนวนนักเรียนลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตราการเกิดของประชากร จนส่งผลกระทบต่อการบริหาร. ครูขาดศรัทธาในวิชาชีพ จำนวนครูไม่สมดุลกับนักเรียน ทำให้โรงเรียนรับภาระค่าใช้จ่าย การขาดแคลนครูที่มีประสบการณ์ ผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารที่ชัดเจน งบประมาณน้อยลง ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่น และมีการแข่งขันทางการศึกษาภายในพื้นที่สูง.

     ด้านหลักสูตร: หลักสูตรไม่รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงหรือโลกทัศน์ทางอาชีพในทศวรรษหน้า. โครงสร้างรายวิชาไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตรากำลังคนที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานทั้งระดับชาติและนานาชาติ และการวัดผลประเมินผลมุ่งพัฒนาแต่ความรู้ทางวิชาการ ส่งผลให้คุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนน้อยลง.

     ด้านการจัดการเรียนการสอน: การจัดการเรียนการสอนไม่ส่งเสริมพัฒนาการและไม่ตอบสนองสมรรถนะตามระดับความสามารถของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากจำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไป และขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง. การจัดการเรียนการสอนขาดคุณภาพ ครูดูแลไม่ทั่วถึง จำนวนเด็กพิเศษเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ครูไม่มีความชำนาญในการสอนคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี.

ภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Probable Scenario):

     ด้านการบริหาร: โรงเรียนต้องยกระดับการบริหารด้วยระบบคุณภาพให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล. มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารที่ตอบสนองความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง และมีความเป็นสากล ปรับการบริหารให้เป็นแบบแนวระนาบ การบริหารเกิดจากการสังเคราะห์ความต้องการร่วมกันของบุคลากรทุกระดับ มุ่งเน้นอัตลักษณ์ของนักเรียนแต่ก็ตอบสนองความต้องการและโลกที่เปลี่ยนแปลง การนิเทศติดตามเป็นระบบชัดเจน การประเมินผลบริหารผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ส่งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน และหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ เป็นสถานศึกษาเพื่อชุมชนโดยไม่หวังผลธุรกิจ จัดตั้งกองทุนมูลนิธิวัดบางช้างเหนือเพื่อช่วยเหลือนักเรียน พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและจัดการเรียนการสอน สนับสนุน software ให้นักเรียนศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ครูพัฒนาตนเองตามความต้องการ นำบุคลากร/วิทยากรภายนอกที่มีประสบการณ์สูงมาสอน ปรับทัศนคติบุคลากรไม่ให้มุ่งผลลัพธ์วิชาการเพียงอย่างเดียว กระตุ้นความรับผิดชอบร่วมกัน ถอดบทเรียนจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ และปรับภูมิทัศน์ อาคาร สถานที่ให้สะดวกและปลอดภัย.

     ด้านหลักสูตร: หลักสูตรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับลดเนื้อหา และเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล. พัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมเพื่อรองรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ และหลักสูตรที่รองรับความสนใจของนักเรียนเพื่อต่อยอดการศึกษาในอนาคต เช่น วิศวกรรมพื้นฐาน ภาษา หรือการทำอาหาร.

     ด้านการจัดการเรียนการสอน: จัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์ รวมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง. ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความเป็นเลิศและตอบสนองความหลากหลายของนักเรียน ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิด (mindset) เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญ ประโยชน์ และภาพอนาคตทางการศึกษาของตนเอง และกำหนดระเบียบหรือมาตรการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนที่ส่งผลลบต่อการเรียนรู้.

6) ข้อเสนอแนะหลักและนัยยะ (Key Insights and Implications)

บริบทการเปลี่ยนแปลง: การศึกษาไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย เช่น เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีดิจิทัล อัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง และนโยบายรัฐที่สนับสนุนการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย. สิ่งเหล่านี้ทำให้โรงเรียนเอกชนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและจำนวนนักเรียนที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารจัดการและงบประมาณ.

ความสำคัญของการมองอนาคต (Foresight): การวิจัยอนาคต (foresight) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 เพื่อคาดการณ์ภาพอนาคตที่อาจเกิดขึ้น. เป็นเครื่องมือเชิงระบบที่ช่วยในการกำหนดนโยบาย การวางแผน และการตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การสร้างอนาคตที่พึงประสงค์ ป้องกันแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์ หรือเผชิญหน้ากับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ. เป้าหมายไม่ใช่การทำนาย แต่เป็นการหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตัดสินใจในปัจจุบันเพื่อพัฒนาอนาคต.

การบริหารยุคใหม่: การบริหารโรงเรียนต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ให้ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครอง และมีความเป็นสากล. ควรเน้นการทำงานเป็นทีม การกระจายอำนาจ (แนวระนาบ) และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ รวมถึงคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และศิษย์เก่า เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพ.

หลักสูตรเพื่ออนาคต: หลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่น หลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองต่อโลกทัศน์ทางอาชีพในอนาคต. ควรส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 (เช่น 3Rs และ 8Cs: การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะอาชีพ และความเมตตา) และเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามสาขาวิชา การแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง และการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ. ไม่ควรเน้นแค่วิชาการอย่างเดียว แต่ควรส่งเสริมความรู้ ความสามารถ และทักษะชีวิตตามศักยภาพของนักเรียน.

การจัดการเรียนการสอนและบทบาทครู: ครูต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้สอนมาเป็นผู้Facilitate หรือโค้ช ที่ออกแบบการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกให้นักเรียนเรียนรู้จากการลงมือทำ. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างแรงจูงใจและตอบสนองความต้องการของนักเรียนยุคใหม่. ครูต้องมีคุณภาพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความรับผิดชอบ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและทักษะภาษา.

7) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ (Actionable Recommendations)

การบริหารจัดการ:

     ประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์: โรงเรียนควรจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันในทุกมิติ โดยมีส่วนร่วมจากคณะกรรมการบริหาร ครู และบุคลากรทุกฝ่าย เพื่อกำหนดกลยุทธ์ โครงสร้างการบริหาร นโยบาย และทิศทางการบริหารที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทุกระดับ.

     สร้างเครือข่ายความร่วมมือ: สร้างและรักษาเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้มแข็ง.

     ปรับโครงสร้างบริหารแบบแนวระนาบ: เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ กำหนดกลยุทธ์ใหม่ และหล่อหลอมวิธีการทำงานใหม่ๆ โดยประสานประโยชน์ให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

     สนับสนุนสวัสดิการบุคลากร: ส่งเสริมด้านสวัสดิการเพื่อสร้างความมั่นคงและมั่นใจในการทำงานของบุคลากร.

การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน:

     วิเคราะห์ทักษะจำเป็น: พิจารณาว่าทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของนักเรียนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีอะไรบ้าง และระบบการศึกษาจะช่วยส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้อย่างไร.

     ออกแบบหลักสูตรที่หลากหลายและทันสมัย: พัฒนาหลักสูตรให้หลากหลาย ทันสมัย รองรับความถนัด ความสามารถของนักเรียน และส่งเสริมอาชีพ ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับลดเนื้อหาและเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล. ควรมีหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษและหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลองศึกษาในสิ่งที่สนใจเพื่อต่อยอดอาชีพในอนาคต.

     ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้: จัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์.

     ปลูกฝังความสำคัญของการศึกษา: ปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง.

     ควบคุมพฤติกรรมเชิงลบ: กำหนดกฎระเบียบหรือมาตรการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนที่ส่งผลลบต่อการศึกษา อันเนื่องมาจากอิทธิพลของเทคโนโลยี.

การพัฒนาครู:

     พัฒนาคุณลักษณะครูในศตวรรษที่ 21: ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูในศตวรรษที่ 21 หรือตัวบ่งชี้มูลค่าเพิ่มด้านวิชาการของครูที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านการศึกษาในอนาคต.

     บทบาทครูในฐานะผู้นำนวัตกรรม: พิจารณาบทบาทของครูในฐานะผู้นำนวัตกรรมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน.

8) สรุป (Summary)

การวิจัย "อนาคตภาพของโรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2561 – 2570)" มีวัตถุประสงค์เพื่อวาดภาพอนาคตของโรงเรียนในช่วงเวลาดังกล่าว. การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยอนาคตแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคนิค EFR และ Delphi. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เลือกแบบเจาะจงจำนวน 21 คน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม: ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย. การวิจัยดำเนินการ 2 รอบ: รอบแรกเป็นการสัมภาษณ์แบบปลายเปิดเพื่อรวบรวมแนวคิด, และรอบสองใช้แบบสอบถาม Likert Rating Scale เพื่อหาฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ. ข้อมูลถูกวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติ (ค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์).

ผลการวิจัยได้นำเสนอ อนาคตภาพ 3 ภาพ:

1. ภาพอนาคตทางบวก (Optimistic Realistic Scenario): โรงเรียนมีการบริหารที่มีเสถียรภาพ ทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัล หลักสูตรยืดหยุ่นตอบสนองความต้องการและศักยภาพนักเรียน และการจัดการเรียนการสอนยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางและคงคุณธรรมอัตลักษณ์.

2. ภาพอนาคตทางลบ (Pessimistic Realistic Scenario): จำนวนนักเรียนลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอัตราการเกิด หลักสูตรไม่รองรับโลกทัศน์ทางอาชีพในอนาคต และการจัดการเรียนการสอนไม่ส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพเนื่องจากจำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไป และขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจัง.

3. ภาพที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Probable Scenario): โรงเรียนต้องยกระดับการบริหารด้วยระบบคุณภาพให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร หลักสูตรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับลดเนื้อหาและเพิ่มความเข้มข้นให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล และจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์ รวมถึงปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการศึกษาอย่างแท้จริง.

การวิจัยนี้เน้นย้ำความจำเป็นที่โรงเรียนต้องมีการวางแผนเชิงรุกและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสในอนาคต.

9) รายการอ้างอิง (References)

รายการอ้างอิงสำหรับการวิจัยนี้ตามที่ระบุในแหล่งข้อมูลมีดังนี้:

ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. “นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการปีงบประมาณ 2562.” 28 มกราคม 2562.

• ______. “แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564).” ธันวาคม 2559.

• ______. “แผนการศึกษาแหง่ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579.” มีนาคม 2560.

กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย. วิสัยทศัน์ทางการศึกษาของไทย: มองสู่อนาคต. เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก http://www.cola. kku.ac.th/main2 /images/POR/RS/2557/1.An%20 Educational%20Vision%20for%20Thailand-Looking%20to%20the%20future.pdf.

เข็มทอง ศิริแสงเลิศ. “สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์อนาคตด้านการศึกษาของชาติ.” เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 15 การคาดการณ์อนาคตด้านการศึกษาของชาติ สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ม.ป.ป.

แคท ลิม. การสร้างภาพอนาคตในการพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน. เข้าถึงเมื่อ 20 พฤษภาคม 2560. เข้าถึงได้จาก https://sudawadeeblog.com/2015/01/01.

จักรพันธ์ ภาชนะ. “อนาคตภาพการบริหารจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาในทศวรรษ หน้า (พ.ศ. 2558 - 2567). ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครศุาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 2559.

จำเนียร พลหาญ. “อนาคตภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มที่เน้นการผลิตบัณฑิต.” วิทยานิพนธ์ปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา บัณฑติวิทยาลัยมหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2553.

จุมพล พูนภัทรชีวิน. “การวิจัยอนาคต (Future Research).” เอกสารประกอบการบรรยายเนื่องในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2559 จัดโดยฝ่ายจัดการความรู้การวิจัย กองประเมินผลและจัดการ ความรู้การวิจัย วช. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัล เวิลด์ กรุงเทพฯ, 2559.

• ______. “ปฏบิัติการวิจัยอนาคตด้วย EDFR.” วารสารบริหารการศึกษา วิทยาลัยขอนแกน่ 1, 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2548): 19 - 31.

จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์. แนวคิดการมองอนาคต (foresight) และวธิีการมองอนาคต. เข้าถึงเมื่อ 17 กมุภาพันธ์ 2560. เข้าถึงได้จาก http://www.moe.go.th/news/detail.php?NewsID =202628$Key=newsresearch.

ดวงนภา มกรานุรักษ์. “อนาคตภาพการอาชีวศึกษาไทยในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2554 - 2564).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2554.

ตะวัน สื่อกระแสร์. “ยุทธศาสตร์การบริหารโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ.” วารสารวิชาการ Veridian E-Journal 6, 3 (กันยายน - ธันวาคม 2556): 124 - 125.

ธนกร เช้ือจำรูญ. “อนาคตภาพการจัดการศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2554 - 2563).” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการ การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2554.

ธนกฤต สิทธิราช. “อนาคตภาพการจัดการมัธยมศึกษาของประเทศไทยในสองทศวรรษหน้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2557.

นภดล จิรบุญดิลก. “อนาคตภาพผลิตบุคลากรวิชาชีพสุขศึกษา พลศึกษา กีฬา และนนัทนาการของ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยใน พ.ศ. 2554 – 2563.” วิทยานิพนธ์ปริญญาครศุาสตร ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554.

นิรมล ตู้จินดา. “ศึกษาเรื่องอนาคตภาพหลักสูตรพลเมืองศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในทศวรรษ หน้า (ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2555).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรชัญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2557.

ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ และปราโมทย์ ประสาทกุล. ประชากรไทยในอนาคต. เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถึงไดจ้าก http://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ ConferenceII/ Article/Download/Article02.pdf.

ปาริชา มารี เคน. “อนาคตภาพที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ในการเป็นมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในทศวรรษหน้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2554.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต). ปรัชญาการศึกษาของไทย ภาคพุทธธรรม: แกนนำการศึกษา. พิมพ์ครั้งแรก. ม.ป.ท., 2556.

• “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116, ตอนที่ 74ก (19 สิงหาคม 2542): 2.

• ______. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116, ตอนที่ 74ก (19 สิงหาคม 2542): 8.

พันธ์อาจ ชัยรัตน์. มองอนาคตเพื่อกำหนดปัจจุบัน. เข้าถึงเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2560. เข้าถึงได้จาก http://www.tcdc.or.th/creativethaian/article/theCreative/20124.

พิมลพรรณ ดษุิยามี. “การบริหารโรงเรียนเอกชนที่เหมาะสมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน.” ศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย 7, 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2558): 136.

พิริยะ ผลพิรุฬห์. “ความไม่สอดคล้องทางการศึกษาและผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทย.” พัฒนาการ เศรษฐกิจปริทรรศน์ 10, 2 (กรกฎาคม 2559): 118.

พีระศักด์ิ วรฉัตร. “อนาคตภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2558.” วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2550.

เพ็ญวิภา พรหมสุวรรณ์. “อนาคตภาพของการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2556 - 2565).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศกึษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 2556.

ภาสกร เรืองรอง และคณะ. “เทคโนโลยีการศกึษากับครูไทยในศตวรรษที่ 21.” วารสารปญัญาภิวัฒน์ 5, ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2557): 197.

มัณฑนา ภัคคณุานนท์. “อนาคตภาพภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีโรงเรียนประถมศึกษาของไทย ในทศวรรษหนา้ (พ.ศ. 2557 - 2567).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัราชภัฏอุดรธานี, 2558.

• “ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580).” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135, ตอนที่ 82ก (13 ตุลาคม 2561): 5 - 10.

ระวี สัจจโสภณ. “อนาคตภาพรูปแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนา ภาวะพฤฒิพลังของผู้สูงอายุไทย.” วิทยานพินธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การศึกษานอกระบบโรงเรียน บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555.

• “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกัราช 2560.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134, ตอนที่ 40ก (6 เมษายน 2560): 14 - 80.

โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางช้างเหนือ. “ที่ระลึกงานเปิดป้ายอาคารเรียนพระพิศาลศึกษากร.” 19 ธันวาคม 2540.

• ______. “แผนปฏิบัติการประจำปี.” พฤษภาคม 2560.

• ______. “เอกสารประชาสัมพันธ์.” 2557.

วันทนา อมตาริยกุล. “อนาคตภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในทศวรรษหน้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาสารคาม, 2552.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. การมองอนาคต. เข้าถึงเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2560. เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki.

วิจารุวัจน์ สองเมือง. การบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก https://deepsouthwatch.org/th/node/8009.

วิจารณ์ พานิช. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษยใ์นศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ สดศร-ีสฤษด์ิวงศ์, 2555.

วิไล ปรึกษากร. “การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน จังหวัดราชบุรี.” วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549.

วิไลลักษณ์ รัตนเพียรธัมมะ และปิยะนันท์ พรึ่งน้อย. “นวัตกรรมการศึกษาในการพัฒนาทักษะ เพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21.” วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก 34, 3 (กันยายน – ธนัวาคม 2559): 56-57.

ศักดินาภรณ์ นันที. “อนาคตที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก กลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2555-2565).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรชัญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัขอนแก่น, 2555.

ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์. “ข้อเสนอแนวทางแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยศิลปากรในช่วงแผนการพัฒนา การศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559).” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศกึษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553.

ศิวพร กาจันทร์. “อนาคตของโรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย.” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัศิลปากร, 2558.

ศุภเสฏฐ์ คณากูล. วิกฤติโรงเรียนเอกชนเดก็น้อย-เลย์ออฟครู. เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562, เข้าถึงได้จาก https://siamrath.co.th/n/33491.

ศูนย์นวัตกรรมนโยบายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. “อนาคตภาพของเทคโนโลย ี สารสนเทศเพือ่การเรียนรู้ :กระบวนทัศน์และยุทธศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก.” มิถุนายน 2545.

สมพร ยอดดำเนิน. “อนาคตภาพโรงเรียนอนุบาลฤทธิยะวรรณาลัย.” วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัศิลปากร, 2558.

สมศรี เณรจาที และวัชรี ชูชาติ. “รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21.” วารสารบริหารการศึกษา มศว 14, 27 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2560): 10.

สปริงนิวส์. ทางรอด วิกฤต 913 โรงเรยีนเอกชน. เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2562. เข้าถงึได้จาก https://www.springnews.co.th/news/20522.

สวาฎิพร แสนคำ. “อนาคตภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยในบริบทประชาคมอาเซียน.” วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี, 2557.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. “แผนพัฒนาเศรษฐกจิและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564.” 29 ธันวาคม 2559.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. “แผนพฒันาการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2560 - 2564.” 12 กันยายน 2559.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปคกับการมอง อนาคตเพื่อภมูิภาคเอเชียแปซิฟิก. กรุงเทพฯ: ม.ป.ป.

สุขสวัสดิ์ สบายใจ. “อนาคตศึกษากับความมั่นคงแห่งชาติ.” นาวิกาธิปัตย์สาร คลังปัญญาพัฒนา ผู้นำ: 8-9.

สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์. “อนาคตภาพที่เป็นไปได้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในทศวรรษหน้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัขอนแก่น, 2550.

สุเทพ ตระหง่าน. “รูปแบบการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน.” วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี 8, 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2559): 157-158.

เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์. ผลวิจัยชี้ครูคุณภาพสง่ผลให้เดก็เรียนดี. เข้าถงึเมื่อ 1 พฤษภาคม 2562. เข้าถึงได้จาก http://personnel.obec.go.th/ personnel/ index.php? option= com content&view=article&id =151:-qqqq&catid=13:2011-08-11-05-13-55.

อดุลย์ วังศรีคูณ. “การศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 : ผลผลิตและแนวทางการพัฒนา.” วารสาร มนุษยศาสตรแ์ละสังคมศาสตร ์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8, 1 (มกราคม – มิถุนายน 2557): 1.

อรกัญญา พงษ์พิมาย. “ผลกระทบของคุณลักษณะของงานที่มีต่อความสำเร็จในการทำงานผ่าน ความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนนาคประสิทธิ์ อำเภอสามพราน จงัหวัดนครปฐม.” Veridian E-Journal 8, 3 (กันยายน – ธันวาคม 2558): 1079.

เอกชัย กี่สุขพันธ์. การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน 2562. เข้าถึงได้จาก https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/52232/-edu-teaartedu- teaart-teaartdir--.

ภาษาต่างประเทศ

• Ally, M. and Prieto-Blezquez, J. “What is the Future of Mobile Learning in Education.” RUSC 11, 1 (January 2014): 143.

• Andersen, P. D. and Rasmussen, B. “Introduction to Foresight and Foresight Processes in Practice.” Note for the PhD course Strategic Foresight in Engineering, Department of Management Engineering Technical, University of Denmark, 2014.

• Andreas, S. “Schools for 21st-Century Learners: Strong Leaders, Confident Teachers, Innovative Approaches.” In International Summit on the Teaching Profession, 2015.

• Burrus, D. Flash Foresight: How to See the Invisible and Do the Impossible: Seven Radical Principle that will Transform your Business. 1st ed. New York: Harper Collins Publisher, 2011.

• Cartwright, S. Transforming school educationfor the 21st century: consultation outcomes. North Sydney: NSW Business Chamber Head Office, 2017.

• Conway, M. An Overview of Foresight Methodologies. Accessed May 14, 2017. Available from http://www.forschungsnetzwerk.at /downloadpub/An-Overview-of-Foresight-Methodologies1.pdf.

• Costa, A. “Task-Based Learning (TBL) and Cognition.” e-TEALS: An e-journal of Teacher Education and Applied Language Studies, 7 (2016): 108.

• Cox, J. Teaching Strategies: What a 21st Century Educator Looks Like. Accessed April 28, 2019. Available from https://www.teachhub.com/ teaching-strategies-what-21st-century-educator-looks.

• Curriculum Standing Committee of National Education Professional Associations. Developing a twenty-first century school curriculum for all Australian students. Accessed April 28, 2019. Available from http://www.acsa. edu.au/pages/ images/CSCNEPA_paper_June087.pdf.

• Driscol, M. Education in The 21st Century. Accessed April 30, 2019. Available from https://thinkstrategicforschools.com/education-21st-century/.

• Fuerth, L. S. “Foresight and Anticipatory Governance.” foresight 11, 4 (2009): 17.

• Fadel, C. Redesigning the Curriculum for a 21st Century Education. Accessed April 28, 2019. Available from http://curriculumredesign.org/wp-content/uploads/ CCR-FoundationalPaper_FINAL.pdf.

• Global Centre for Public Service Excellence. Foresight as a Strategic Long-term Planning Tool for Developing Countries. Accessed May 12, 2017. Available from file:///C:/Users/np.user.SECTRLB-01/Downloads/GCPSE%20Foresight Brief.pd.

• Hyeonju, S. “The Future of South Korea: Alternative Scenarios for 2030.” Ph.D. dissertation, Political Science, Hawai’I At Manoa University, 2012.

• Jackson, M. Practical Foresight Guide: Methods. n.p., 2013.

• Jae-Yun, H. “A Systems Perspective on Standardization in Technological Innovation: A Conceptual Framework and a Process Model Supporting Strategic Policy Foresight.” Ph.d thesis, Engineering Department, University of Cambridge, 2017.

• Jenssen, S. R. “Foresight between Uncertainty and Convention.” Ph.D. thesis, Center for Technology Innovation and culture, University of Oslo, 2010.

• Kamboj, P. K. “21st century skill: a wakeup call for inservice teachers.” SRJIS 2, 11 (August - September 2015): 2687.

• Keeman, M. “Combining Foresight Methods for Impacts.” NISTEP 3rd International Conference on Foresight, Tokyo, November, 2007.

• Koşar, S. “Future Scenarios for the Improvement of Turkish Primary Education.” Ph.D. thesis, Faculty of Education, Department of Educational Sciences, Gazi University, 2012.

• Luqman Rana Adeel and Hafiz Muhammad Farhan. “21st Century Challenges of Educational Leaders, way out and Need of Reflective Practice.” International Journal of Learning & Development 2, 1 (2012): 195.

• Makolandra, J. 21st Century Theories of Education Administration. Accessed April 28, 2019. Available from http://www.opentextbooks.org.hk/system//files/export/ 7/7301/pdf/21st_Century_Theories_of_Education_Administration_7301.pdf.

• Masters, G. A 21st Century curriculum. Accessed April 28, 2019. Available from https://www.teachermagazine.com.au/columnists/geoff-masters/a-21st-century-curriculum

• McGuire, P. “21st Century Standards and Curriculum: Current Research and Practice.” Journal of Education and Practice 6, 6 (2015): 150.

• McMillan, T. T. “The Delphi Technique.” Paper presented at annual meeting of California Junior College Association Commission on Research and Development, Monterrey California, May 3, 1971.

• Mestry, R. “Empowering principals to lead and manage public schools effectively in the 21st century.” South African Journal of Education 37, 1 (February 2017): 21.

• Murnane, J. R. “Long-Term Trends in Private School Enrollments by Family Income.” AERA Open 4, 1 (January-March 2018): 1.

• Narodowski, M. and Moschetti, M. “Why does private school enrollment grow Evidence from Argentina.” Narodowski & Moschetti, Cogent Education, no. 2 (July 2015): 1.

• O’Mahony, P. “21st Century School Management Systems Essential to Implementing and Sustaining Educational Reform.” National and European Events, no. 1 (Spring 2014): 12.

• Paper, W. “Strategic Foresight from Theory to Practice Methods, Tools and Culture.” Strategic Foresight Consultant (July 2013): 13 - 14.

• Parker, W. T. “Understanding the Private School Choice Decision Process: A Q-Methodology Study.” Ph.D. dissertation, Educational Administration and Supervision, Graduate Faculty of North Carolina State University, 2015.

• Rialland, A. and Wold, K. E. Future Studies Foresight and Scenarios as basis for Better strategic decision. Trondheim: n.p., 2009.

• Ringland, G. Scenario Planning: Managing for the Future. Chichester: John Wiley &Sons Ltd, 1998.

 

No comments:

Post a Comment